เขียนเมื่อ Oct 31, 2008 under กีฬา |
เรื่องราวเกี่ยวกับกีฬาทรงโปรดของ พระพี่นางฯ
กีฬาที่ได้ทรงอย่างสม่ำเสมอ ได้แก่ การทรงม้า แบดมินตันและกอล์ฟ และทรงฝึกบินขั้นสูงจำนวน 195 เที่ยว โดยทรงบินขึ้นลงในวันหนึ่งไม่ต่ำกว่า 12 เที่ยว
เว็บไซต์เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ www.hrh84yrs.org ได้รวบรวมเรื่องราวที่สมเด็จพระพี่นางฯทรงให้ความสนใจ พร้อมทั้งภาพเก่ามานำเสนอ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่ง “มติชนออนไลน์” เห็นว่าเป็นประโยชน์และควรบันทึกไว้เกี่ยวกับด้านกีฬาดังนี้
ความสนพระทัยด้านกีฬา
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนรานิวาสราชนครินทร์ ทรงสนพระหฤทัย และทรงเล่นกีฬาหลายประเภทมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ หากแต่ทรงเล่นแข่งสนุกสนานธรรมดาดั่งเด็กๆ ทั่วไป แต่ทรงมีระเบียบวินัย ซึ่งเป็นแบบอย่างที่สมควรนำไปปลูกฝังแก่เด็กและเยาวชน ในสมัยทรงพระเยาว์ที่เมืองโลซานน์ ที่ทะเลสาบเลมอง (Lac Leman) มีอากาศหนาวเย็นทุกช่วงปลายปี ได้ทรงเล่นสเก็ตและสกี การกรรเชียงสำรอง การตกปลา การขี่จักรยาน การเดินบนภูเขา
พอพระชนมายุราว 13 พรรษา ขณะเสด็จไปประเทศนอร์เวย์ และประเทศเยอรมัน และแวะที่เมืองแฟรงเฟิร์ต (Frankfurt) ได้เล่าถึงเรือเหาะเซปเปลิน (Zeppelin) ชื่อ ฮินเดนเบอร์ก (Hindenburg) ที่จะพานักท่องเที่ยวบินไปเหนือเมืองเบอร์ลิน ซึ่งขณะนั้น กำลังจะมีการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกอยู่ แสดงถึงความสนพระหฤทัยเรื่องกีฬาโอลิมปิก การเดินอากาศ - การบิน ต่อมาภายหลังเมื่อทรงเจริญพระชนม์ขึ้นก็ทรงฝึกบินด้วย
กีฬาหลายอย่างที่ได้ทรงอย่างสม่ำเสมอ ได้แก่ การทรงม้า แบดมินตันและกอล์ฟ ที่วังสระปทุมมีคอร์ทแบดมินตันอยู่ ปรากฎหลักฐานในหนังสืออนุสรณ์สมาชิกสโมสรการบิน ว่าทรงพระเมตตาชวนครูฝึกบินและสมาชิกสโมสรการบินให้ไปเล่นแบดมินตัน และกอล์ฟเล็กที่ “บ้าน”(วังสระปทุม) ซึ่งเป็น “กอล์ฟเล็ก” 9 หลุม และได้เคยทรงเล่นกับสมเด็จพระบรมราชชนนีเสมอ
การขับเครื่องบิน ทรงสมัครเข้าเป็นสมาชิกการบินพลเรือน ประเภทฝึกบิน รุ่นที่ 9 พ.ศ. 2500 ทรงสำเร็จตามหลักสูตรของสโมสรการบินพลเรือน กองทัพอากาศ ทรงเริ่มการฝึกบินเมื่อ 5 สิงหาคม พ.ศ.2500 เวลา 14.00 น. ทรงบินเดี่ยวเมื่อ 11 กันยายน พ.ศ. 2500 เวลา 14.15 น. ใช้เวลาในการบิน 37 นาที รวมเวลาก่อนทรงทำการบินเดี่ยว 20 ชั่วโมง 49 นาที ทรงฝึกบินขั้นสูงจำนวน 195 เที่ยว โดยทรงบินขึ้นลงในวันหนึ่งไม่ต่ำกว่า 12 เที่ยว ซึ่งตามปกติผู้ฝึกบินจะได้ประมาณ 4 เที่ยว
เปตอง ทรงสนพระหฤทัยและทรงเล่นเปตองร่วมกับสมเด็จพระบรมราชชนนีอยู่เสมอ เมื่อสมเด็จพระบรมราชชนนี ทรงนำกีฬานี้เข้ามาในประเทศไทยจนเป็นที่เผยแพร่กว้างขวาง ได้ทรงสนับสนุนพระราชทานเงินอุดหนุนสมาคมกีฬาเปตองถึงปีละ 1 ล้านบาทเสมอมา ช่วยให้ได้ไปแข่งขันในต่างประเทศ จนชนะเลิศในการแข่งขันกีฬาเปตองครั้งล่าสุด มีผู้เข้าร่วมแข่งขัน 26 ประเทศ ผลการแข่งขันประเทศไทยได้เป็นอันดับที่ 7 นับเป็นพระกรุณาธิคุณยิ่งต่อวงการกีฬาเปตอง
ข้อมูลและภาพประกอบจาก
matichon online
เขียนเมื่อ Oct 27, 2008 under กีฬากับสุขภาพ |
‘กีฬา’ คือ ยาอายุวัฒนะของผู้สูงอายุ

ปัจจุบันจำนวนผู้สูงอายุทั่วโลกมีมากขึ้น และสิ่งหนึ่งที่มักจะตามมากับวัยที่สูงขึ้นก็คือ ปัญหาด้านสุขภาพ เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขข้อและกระดูกเสื่อมสภาพ โรคสมองเสื่อม รวมทั้งปัญหาทางด้านจิตใจที่เกิดจากภาวะซึมเศร้า Let’s Exercise วันนี้จึงขอเอาใจคนแก่ที่ใจยังวัยรุ่นด้วยการออกกำลังกาย 3 ประเภท
รายงานล่าสุดจากองค์การสหประชาชาติระบุว่า อีก 150 ปี จะมีผู้สูงอายุเป็น 1 ใน 3 ของพลเมืองโลก สำหรับประเทศไทยผู้สูงอายุวัย 60 ปีขึ้นไปจะเพิ่มจากร้อยละ 7 เป็นร้อยละ 14 ภายใน 30 ปี และผลสำรวจจากสำนักส่งเสริมและพิทักษ์ผู้สูงอายุปี 2547-2550 พบว่าอัตราผู้สูงอายุในไทยเพิ่มเฉลี่ยเกือบ 200,000 คนต่อปี ด้วยเหตุนี้หลายฝ่ายจึงให้ความสนใจเกี่ยวกับสุขภาพของบรรดาผู้สูงอายุมากยิ่งขึ้น
ดังนั้น ในงานมหกรรมกีฬามหามงคล เทิดไท้กษัตริย์นักกีฬา ซึ่งจัดโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงศึกษาธิการ กรุงเทพมหานคร และการกีฬาแห่งประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์ให้ชาวไทยทุกเพศทุกวัยได้ร่วมเทิดพระเกียรติและถวายความจงรักภักดีแด่ในหลวงด้วยการออกกำลังกาย ซึ่งปีนี้จัดงานภายใต้คอนเซ็ปต์ “รวมพลังกีฬา 7 วัน สีสันมงคล” นำกีฬาและสันทนาการหลากประเภทไว้ใน 7 โซนหลัก และโซนหนึ่งที่ได้รับความนิยมจากผู้เข้าร่วมงานคือ โซนสำหรับผู้สูงวัยแต่ใจวัยรุ่น ที่รวมกิจกรรมและกีฬาหลากชนิดเพื่อสุขภาพที่ดีของคนสูงวัย อาทิ รำไท้เก๊ก คีตมวยไทย และลีลาศ
การเต้นลีลาศ ถือเป็นกีฬาและสันทนาการที่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ เพราะนอกจากจะช่วยให้สามารถออกกำลังกายได้ทุกส่วนแล้ว จังหวะการเคลื่อนไหวต่างๆก็ช่วยในเรื่องของความจำ สมาธิ และการทรงตัว ที่สำคัญที่สุดคือเพลงที่ใช้เต้นก็เป็นเหมือนดนตรีบำบัดหรือ Music Therapy ที่บางคนอาจเรียกว่า “สังคีตบำบัด” ซึ่งเป็นการใช้เสียงดนตรีที่เป็นภาษาสากลมาช่วยบำบัดหรือฟื้นฟูสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจในเวลาเดียวกัน ช่วยให้ห่างไกลจากภาวะซึมเศร้าซึ่งเป็นโรคที่มักพบบ่อยในผู้สูงอายุ เนื่องจากผู้สูงอายุส่วนใหญ่มักจะรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า ไร้ลูกหลานหรือคนสนใจ และการที่ผู้สูงอายุได้มาร่วมกิจกรรมแบบนี้นอกจากจะได้ออกกำลังกายแล้ว ยังมีโอกาสได้พบปะเพื่อนฝูงที่อยู่ในวัยเดียวกันอีกด้วย
ไท้เก๊ก เป็นการออกกำลังกายที่ไม่เน้นความรวดเร็ว แต่เน้นเรื่องการหายใจเข้าออกที่สอดประสานกับการถ่ายเทน้ำหนักของร่างกาย ซึ่งจะช่วยในเรื่องของการเผาผลาญพลังงานและระบบการหมุนเวียนของโลหิต ความดัน ที่สำคัญคือช่วยในเรื่องของสมาธิ ทำให้จิตใจแจ่มใสและสงบนิ่ง ซึ่งจริงๆแล้วไท้เก๊กเป็นกีฬาที่เหมาะสำหรับคนทุกเพศทุกวัย ถ้าเป็นในกลุ่มเด็กก็จะช่วยฝึกในเรื่องของสมาธิเป็นหลัก
คีตมวยไทย เป็นการออกกำลังกายที่ช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถออกกำลังกายได้ทุกส่วน และไม่หนักเกินไปสำหรับผู้สูงอายุ ทำให้เกิดการทรงตัวและสามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้ดี ในการออกกำลังกายก็เลือกเพลงไทยพื้นบ้าน อย่างเช่นเพลงเซิ้งของทางอีสานที่มีจังหวะสนุกสนาน ทำให้ไม่น่าเบื่อ บางครั้งการทำคีตมวยไทยจะนำอุปกรณ์ต่างๆเข้ามาเสริม เช่น ยางยืด ที่ช่วยในเรื่องของการบริหารกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ทำให้ลดอาการปวดเมื่อยซึ่งมักจะพบบ่อยๆในผู้สูงอายุ
แม้การออกกำลังกายทั้ง 3 ประเภทจะแตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือช่วยในเรื่องของการออกกำลังกาย เรียกสุขภาพที่แข็งแรงกลับคืนมา ช่วยปลดปล่อยความเครียด และลดภาวะซึมเศร้าในผู้สูงวัย รวมถึงเป็นการเปิดโอกาสในการพบปะเพื่อนฝูงในกลุ่มวัยและอายุที่ใกล้เคียงกัน เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แนวคิด และทัศนคติซึ่งกันและกัน Let’s Exercise จึงขอชวนผู้สูงวัยทั้งหลายลองมาออกกำลังกายกันค่ะ หากไม่รู้ว่าจะไปฝึกที่ไหนขอเชิญที่สวนลุมพินีได้ค่ะ สุขภาพภาพดีหาได้ใกล้ตัว แม้จะมีอายุเท่าไหร่ก็ไม่สายจนเกินไปอย่างแน่นอน
ที่มา: หนังสือพิมพ์โลกวันนี้
เขียนเมื่อ Oct 21, 2008 under เอเชี่ยนบีชเกมส์ |
เหรียญทองแรกในเอเชี่ยนบีชเกมส์

การแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนบีชเกมส์ ครั้งที่ 1 ที่เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2551 สิทธินักกีฬาไทยได้สัมผัสเหรียญรางวัลแล้ว เริ่มที่ทีมเรือมังกรหญิงไทย (22 ฝีพาย) หลังประเภท 1,000 ม. ได้อันดับ 4 รวมทั้งต้องยืมไม้พายจากทีมพม่า ที่เบากว่าและถูกต้องตามหลักเกณฑ์ โดยทีมงานทีมเรือมังกรหญิงไทย ระบุว่า ได้มีการทำเรื่องเสนอของบประมาณจากการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) แล้ว ไม้พายอย่างดีตกอันละ 7,000-10,000 บาท แต่กกท.ปฏิเสธ ต้องไปซื้อไม้พายตกอันละ 600 บาท มาใช้ตามมีตามเกิด
เรือพายซิวทองแดง
ล่าสุดทีมเรือมังกรหญิงไทย ลงแข่งประเภท 500 ม. ผล รอบชิงฯ ครั้งแรกเข้ามาเป็นอันดับ 3 เวลา 2.32.60 น. และครั้งที่ 2 เข้ามาเป็นอันดับ 3 เวลา 2.33.26 น. รวม 4.65.86 น. คว้าเหรียญทองแดงไปครอง เป็นเหรียญรางวัลแรกของทัพนักกีฬาไทยในเอเชี่ยนบีชเกมส์ เหรียญทอง อินโดนีเซีย เหรียญเงิน จีน
หลังการแข่งขัน นาวาเอกเอกราช พรหมลัมภัก ผู้ฝึกสอนทีมไทย เผยว่า ตอนนี้เท่าที่ทราบทางการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้อนุมัติเงินจัดซื้อไม้พายให้แล้วจากประเทศสิงคโปร์ ประมาณ 20 ใบ สลับกันใช้ระหว่างทีมชาย และหญิง คาดว่าจะมาถึงในการแข่งขันวันสุดท้าย
กกท.ปัดอย่าโยนบาป
เกี่ยวกับปัญหาเรื่องไม้พาย นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการกกท. เปิดเผยว่า จากการอนุมัติครั้งล่าสุด งบฯในส่วนของไม้พายอาจจะถูกตัดไป นั่นอาจจะเป็นเพราะงบประมาณที่สูง ไม่สอดรับกับงบฯ ที่ต้องแบ่งจ่ายให้กับแต่ละสมาคม แต่สมาคมเรือพายฯ ก็น่าจะต้องดิ้นรนต่อ เรื่องนี้จะมากล่าวหาว่ากกท.เป็นจำเลยสังคมไม่ได้ ซึ่งจากปัญหาดังกล่าว ตนก็ได้อนุมัติงบฯ 2 แสนบาท เป็นการเร่งด่วนไปแล้ว
กาบัดดี้ตุนทองแดง
กาบัดดี้ชายหาด รอบแรกพบกันหมด ทีมชายไทย ลงสนามเป็นนัดที่ 3 แพ้บังกลาเทศ 28-65 และนัดที่ 4 ชนะอินโดนีเซีย 60-51 มีสถิติชนะ 2 แพ้ 2 ด้านทีมหญิง ลงสนามนัดที่ 3 ชนะ เกาหลีใต้ 73-42 นายชรินทร์ สมรพิทักษ์กุล เลขาธิการสมาคมกาบัดดี้ฯ กล่าวว่า ทีมชายหลังจากที่เอาชนะอินโดนีเซียได้ก็ การันตีเหรียญทองแดงแล้ว ส่วนทีมหญิง ตอนนี้ถือว่ามีเหรียญทองแดงอยู่ในมือแล้ว และหากชนะอินโดนีเซียได้จะผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศกับอินเดียทันที
ที่มา: หนังสือพิมพ์ข่าวสด
เขียนเมื่อ Oct 16, 2008 under เอเชี่ยนบีชเกมส์ |
เอเชี่ยนบีชเกมส์ มหกรรมกีฬาริมชายหาด

กีฬาน้องใหม่ของทวีปเอเชียต่อคิวให้กองเชียร์ได้ติดตามกันอีกแล้วนั่นคือ “เอเชี่ยนบีชเกมส์” ครั้งที่ 1 หรือการแข่งขันกีฬาชายหาดแห่งทวีปเอเชีย ที่จะแข่งระหว่างวันที่ 18-26 ตุลาคม 2551 นี้

สภาโอลิมปิคแห่งเอเชีย หรือ “โอซีเอ” คลอดกีฬาเอเชี่ยนบีชเกมส์มาเพื่อสร้างความหลากหลายในวงการกีฬาของเอเชีย และนำกีฬาที่ไม่มีการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์มาบรรจุแข่งขันในเอเชี่ยนบีชเกมส์ และเจ้าภาพคือ เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย บรรจุการแข่งขัน 19 ชนิดกีฬา ชิงชัย 71 เหรียญทอง มี 45 ประเทศร่วมแข่งขัน ภายใต้สโลแกน “ไมตรีจิต คำมั่นสัญญา ความศรัทธาอย่างแรงกล้า สปิริตในเกมกีฬา” เจ้าภาพจัดการแข่งขันที่ 4 ชายหาดชื่อดังของเกาะบาหลี คือ หาดกูต้า แข่งเพาะกายชายหาด กระดานโต้คลื่น เรือยาว 22 ฝีพาย หาดนูซา ดัว แข่งโปโลน้ำ กาบัดดี้ชายหาด มวยปล้ำชายหาด ปันจักสีลัตชายหาด เจ็ตสกี พาราไกลดิ้ง วู้ดบอล ว่ายน้ำมาราธอนและบาสเกตบอลชายหาด ซึ่งเป็นกีฬาสาธิต หาดซานูร์ แข่งวอลเลย์บอลชายหาด เซปักตะกร้อชายหาด ฟุตบอลชายหาด แฮนด์บอลชายหาด ไตรกีฬา หาดเซรังกัน แข่งเรือใบและวินด์เซิร์ฟ ประเทศไทยส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขัน 16 ชนิดกีฬา ยกเว้น 3 กีฬาอย่าง โปโลน้ำและว่ายน้ำมาราธอน เพราะกีฬาเหล่านี้ไม่มีการเล่นแพร่หลายในไทยเท่าไรนัก รวมนักกีฬาทั้งหมด 201 คน ซึ่งเป็นจำนวนที่มากเป็นอันดับสอง เป็นรองเพียงเจ้าภาพเท่านั้น




ที่มา Matichon
เขียนเมื่อ Oct 08, 2008 under Uncategorized |
Welcome to WordPress. This is your first post. Edit or delete it, then start blogging!