เขียนเมื่อ Dec 26, 2008 under ข่าวกีฬา |
กีฬาแห่งชาติครั้งที่ 37 ใช้ชื่อว่า “พิษณุโลกเกมส์” จัดการแข่งขันที่จังหวัดพิษณุโลก การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 37 (พ.ศ. 2551) ระหว่าง วันที่ 14 – 24 ธันวาคม 2551 ซึ่งในช่วงระยะเวลาที่จัดการแข่งขันจะอยู่ในช่วง “วันกีฬาแห่งชาติ” พอดี และ จังหวัดพิษณุโลกจะได้จัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ด้วยอีกกิจกรรมหนึ่ง
คำขวัญประจำการแข่งขัน: “กีฬา สานไมตรี สร้างคนดี พัฒนาชาติ” “Sport encourages friendship’ builds character and helps the nation to go forward”
สัตว์นำโชค: เป็นสุนัขพันธุ์ไทยบางแก้ว ชื่อว่า ใจดี
สัญลักษณ์การแข่งขัน: คือเส้นสายแถบสีที่ร้อยเรียงกันเป็นรูป ไก่ชนพระนเรศวร
แถบสีเขียว คือกลุ่มจังหวัดในภาคเหนือ
แถบสีเหลือง คือกลุ่มจังหวัดในภาคกลาง
แถบสีส้ม คือกลุ่มจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
แถบสีฟ้า คือกลุ่มจังหวัดในภาคใต้
แถบสีม่วง คือสีประจำจังหวัดพิษณุโลก
ได้ปิดฉากการแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งที่ 37 “พิษณุโลกเกมส์” เมื่อ 24ธ.ค.2551 ที่สนามกีฬาจังหวัดพิษณุโลกไปได้ด้วยดี เริ่มโหมโรงด้วยวงลูกทุ่งเยาวชนชื่อดังของจังหวัดจากโรงเรียนจ่านกร้องจนถึงเวลาประมาณ 18.00น. ประธานในพิธีเดินทางมาถึง จากนั้นเป็นการแสดงชุดที่ 1 ชื่อชุด พิษณุโลกเกมส์พลังแห่งความสามัคคี ซึ่งสะท้อนถึงพลังแห่งความสมัครสมานสามัคคี ผ่านสรรพเสียงและความพร้อมเพรียง ขบวนพาเหรดของนักกีฬาทุกจังหวัดเคลื่อนเข้าสู่สนามร่วมพิธีปิดการแข่งขันและส่งมาอบธงการแข่งขันกีฬาแห่งชาติให้กับเจ้าภาพครั้งต่อไปคือจังหวัดตรัง โดยขบวนส่งมอบธงมาพร้อมกับการแสดงชุดที่ 2 ชื่อชุดมิตรไมตรีแห่งสองแคว ซึ่งแสดงถึงความงดงามและมนต์เสน่ห์แห่งวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ที่น่าภาคภูมิใจของชาวพิษณุโลกให้เป็นที่ประจักษ์ ต่อด้วยการแสดงของจังหวัดตรังและการแสดงชุดที่ 3 ภูมิพลังบารมีแผ่ไพศาล แสดงถึงสายธารแห่งพระราชหฤทัยที่ไม่สิ้นสุดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนารถ ดั่งสายน้ำแห่งสองแควที่หล่อเลี้ยงชาวจังหวัดพิษณุโลก
กีฬาแห่งชาติในครั้ง38: กีฬาแห่งชาติครั้งต่อไปจัดขึ้นที่จังหวัดตรัง “ตรังเกมส์” วันที่ 5-15 กันยายน 2552
ทีมา: พิษณุโลกเกมส์
เขียนเมื่อ Nov 28, 2008 under ข่าวกีฬา |
ซูซูกิ คัพ 2008
กีฬาฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน”ซูซูกิ คัพ 2008″ ในปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-28 ธันวาคม 2551 เจ้าภาพคือไทยและอินโดนีเซีย เป็นเจ้าภาพร่วมกัน
ทีมไทยอยู่กลุ่ม บี นัดแรกวันที่ 6 ธันวาคม พบเวียดนาม นัดที่สองวันที่ 8 ธันวาคม พบลาว และนัดที่สามวันที่ 10 ธันวาคม พบมาเลเซีย ทุกนัดเตะเวลา 19.30 น. ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน บัตรเข้าชมราคา 100, 200, 300, 500 บาท เปิดจำหน่ายแล้วที่ร้านสตาร์ซอคเกอร์ และไทยทิคเก็ตเมเจอร์
สำหรับความคืบหน้าเตรียมการเป็นเจ้าภาพร่วมจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน “ซูซูกิอาเซียนคัพ 2008” ของประเทศไทย ที่เวลานี้กำลังเป็นที่วิตกกังวลจากหลายชาติจากสถานการณ์การเมืองที่วุ่นวาย จนอาจจะทำให้ต้องย้ายสถานที่แข่งขันไปเตะที่ประเทศอื่นนั้น
ล่าสุด นายวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้ออกมาเปิดเผยยืนยันถึงเรื่องดังกล่าวว่า ถึงอย่างไรประเทศไทยก็จะต้องเป็นเจ้าภาพจัดศึกฟุตบอล ซูซูกิ อาเซียนคัพ ต่อไป โดยล่าสุดทางสมาคมฟุตบอลฯได้ส่งหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรถึงสหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน “เอเอฟเอฟ” เรียบร้อยแล้ว โดยยืนยันว่าสถานการณ์ปัจจุบันที่กรุงเทพฯยังคงเป็นปกติ และมีความปลอด ภัยสูง แม้จะมีเรื่องราวประท้วงปิดสนามบินอยู่ก็ตาม
นอกจากนี้ “นายกยี” ยังเผยถึงแผนการที่เตรียมสำรองไว้ กรณีที่เหตุการณ์ปิดสนามบินยังไม่คลี่คลายไปจนถึงสัปดาห์หน้าว่า ได้วางแผนที่จะให้นักเตะทั้ง 3 ชาติ ที่อยู่ร่วมสายเดียวกับไทยเรา คือมาเลเซีย เวียดนาม และลาว เดินทางมาลงที่สนามบินนานาชาติที่สะดวก ไม่ว่าจะเป็นหาดใหญ่ ภูเก็ต อุบลราชธานี และเชียงใหม่ จากนั้นทางสมาคมฯจะเช่าเหมาลำเครื่องบินเอกชนบินไปรับและนำมาลงที่สนามบินอู่ตะเภา จ.ระยอง แล้วค่อยจัดรถโดยสารไปรับนักเตะเข้ากรุงเทพฯต่อไป
ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าทางสมาคมฟุตบอลมาเลเซียจะไม่ส่งนักเตะมาลุยแข้งที่เมืองไทย เพราะไม่มั่นใจเรื่องความปลอดภัย พร้อมกับจะเสนอจัดการแข่งขันแทนไทยด้วยนั้น นายกลูกหนังไทยกล่าวว่า ได้คุยกับทางนายกสมาคมฟุตบอลมาเลเซีย สุลต่าน ฮาจิ อาหมัด ซาร์ แล้ว เขายืนยันว่าจะส่งนักเตะเสือเหลืองมาลุยเกือกซูซูกิคัพที่กรุงเทพฯแน่นอน และไม่เคยมีความคิดที่จะเสียบเป็นเจ้าภาพแทนไทยด้วย
ขณะเดียวกัน จากการประท้วงปิดสนามบินสุวรรณภูมิของกลุ่มม็อบพันธมิตรฯ ก็ส่งผลกระทบถึงทีมสโมสรทีโอที ที่ต้องเลื่อนโปรแกรมเดินทางไปลุยแข้งฟุตบอล บีทีวีคัพ แบบไม่มีกำหนด โดยล่าสุดทางทีมฮัลโหลได้ ตัดสินใจยกเลิกคิวไปลุยแดนเหงียนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะไม่สามารถจะหาไฟลท์บินเดินทางไปได้
เช่นเดียวกับโปรแกรมเดินทางมาเยือนเมืองไทยของอดีตกัปตันกระดูกเหล็กของทีมชาติอังกฤษ ไบรอัน ร็อบสัน ที่จะมาร่วมกิจกรรมเปิดภัตตาคารและผับ ของทีม “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เมืองไทย ระหว่าง 28-29 พ.ย. ก็มีอันต้องยกอย่างกะทันหัน เพราะร็อบสันไม่สามารถหาเครื่องมาลงไทยได้
ที่มา: ไทยรัฐ
เขียนเมื่อ Nov 28, 2008 under ข่าวกีฬา |
ความคืบหน้าในการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 25 “เวียงจันทน์เกมส์”
ซึ่งจะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 9-18 ธ.ค. ปีหน้า 2009 ที่นครเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยเจ้าภาพได้กำหนดไว้ เรียบร้อยว่าจะมีการชิงชัย 25 ชนิดกีฬา 390 เหรียญทอง
เจริญ วรรธนะสิน มนตรีซีเกมส์ของไทย ที่เดินทางกลับจากการไปเข้าร่วมประชุมสหพันธ์กีฬาซีเกมส์ เมื่อระหว่างวันที่ 11-13 พ.ย.ที่ผ่านมา ที่นครเวียงจันทน์ เปิดเผยว่า แม้ว่าในเรื่องของชนิดกีฬา ซึ่งในส่วนของเทนนิสกับซอฟท์เทนนิส ที่ดูเหมือนจะเป็นคนละกีฬา แต่มารวมกันเป็นกีฬาเดียวกัน ยังหาข้อยุติไม่ได้ แต่โดยรวมแล้วหลังจากนี้ไป เมื่อเจ้าภาพได้กำหนดชนิดกีฬา และเหรียญรางวัลแล้ว ก่อนหน้าการแข่งขัน 12 เดือนตามระเบียบ ก็จะได้ส่งคู่มือการแข่งขัน หรือเทคนิคเคิ้ลแฮนด์บุค ไปยังชาติสมาชิกต่างๆรวมถึงไทยเรา เพื่อให้ทราบว่าจะมีการแข่งขันชนิดและประเภทกีฬาใดบ้าง อันจะได้มีการเตรียมนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันต่อไป
มนตรีซีเกมส์ไทยกล่าวต่อว่า จากกฎข้อใหม่ของสหพันธ์กีฬาซีเกมส์ ที่มีการจำกัดให้แต่ละชาติส่งนักกีฬาเข้าแข่งแต่ละชนิดกีฬาไม่ครบจำนวน เพื่อป้องกันการผูกขาด เช่น มวยสากลสมัครเล่นที่มีชิงรวม 16 เหรียญทอง แต่ละชาติส่งนักกีฬาชายได้ไม่เกิน 6 รุ่น หญิง 6 รุ่น หรือจะเป็นตะกร้อ ที่มีชิง 8 เหรียญทอง ก็ส่งนักกีฬาชายได้ 3 ประเภท และหญิง 3 ประเภท ตรงนี้ที่ประชุมมีการคิดกันว่าน่าจะส่งผลดีหลายอย่าง น่าจะทำให้สีสันของกีฬาซีเกมส์มีมากขึ้น การแย่งกันเป็นเจ้าเหรียญทอง จะมีรสชาติ สูสีกันมากกว่าเดิม
“ข้อดีอีกอย่างของการมีข้อกำหนดนี้ขึ้นมา จะทำให้จำนวนของนักกีฬา เจ้าหน้าที่ลดลงด้วย อันจะเป็นการสะดวกต่อเจ้าภาพที่จะจัดการในเรื่องที่พักได้ง่ายขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ก็อาจจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่บางอีเวนท์ ของแต่ละชนิดกีฬา จะมีนักกีฬาเข้าร่วมน้อย จนอาจทำให้ เหรียญที่มีการกำหนดไว้แล้วที่ 390 เหรียญทองลดลงจากเดิมได้” ศ.เจริญ กล่าว
ต่อข้อถามที่ว่า ลาวจะใช้เมืองใดบ้างในการจัดซีเกมส์ครั้งนี้ ศ.เจริญกล่าวว่า จากการประชุมครั้งที่ผ่านมา ทราบมาว่าทางลาวจะใช้นครหลวงเวียงจันทน์เพียงเมืองเดียว ในการจัดการแข่งขัน จะไม่มีสนามที่เมืองหลวงพระบาง และปากเซ ตามที่มีข่าวไปก่อนหน้านี้แต่อย่างใด ทั้งนี้ จากที่มีหลายฝ่ายกังวลว่าเจ้าภาพจะจัดการแข่งขันไม่ดี จากที่ได้ไปสัมผัสและเห็นมา ต้องบอกว่าทางลาวมีความตั้งใจเป็นอย่างมาก จึงมั่นใจว่าซีเกมส์ครั้งนี้จะออกมาดีและประทับใจทุกชาติแน่นอน
“ส่วนเรื่องการจะขายลิขสิทธิ์โทรทัศน์ในซีเกมส์ ให้ชาติสมาชิกเป็นครั้งแรก ซึ่งที่ประชุมสหพันธ์ซีเกมส์ ให้ความเห็นชอบไปแล้ว เพียงแต่ต้องมีการตกลงกันในรายละเอียดกันต่อไปนั้น ในเรื่องนี้ผมไม่ได้มีข้อขัดข้องอะไร หากทุกอย่างมีความชัดเจนและตรวจสอบได้ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของอัตราค่าลิขสิทธิ์ ส่วนแบ่งที่เจ้าภาพจะได้รับ และส่วนแบ่งที่สหพันธ์ซีเกมส์จะได้รับ หากประเด็นเหล่านี้มีการชี้แจงออกมาได้ ก็ไม่มีปัญหาแต่ อย่างใด” ศ.เจริญกล่าวในตอนท้าย
ที่มา: ไทยรัฐ