Subscribe Subscribe | Subscribe Comments RSS
ข่าวกีฬา กีฬา

กีฬาแห่งชาติครั้งที่ 37 ใช้ชื่อว่า “พิษณุโลกเกมส์” จัดการแข่งขันที่จังหวัดพิษณุโลก   การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 37 (พ.ศ. 2551) ระหว่าง วันที่ 14 – 24 ธันวาคม 2551 ซึ่งในช่วงระยะเวลาที่จัดการแข่งขันจะอยู่ในช่วง “วันกีฬาแห่งชาติ” พอดี และ จังหวัดพิษณุโลกจะได้จัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ด้วยอีกกิจกรรมหนึ่ง

คำขวัญประจำการแข่งขัน: “กีฬา สานไมตรี สร้างคนดี พัฒนาชาติ” “Sport encourages friendship’ builds character and helps the nation to go forward”

สัตว์นำโชค: เป็นสุนัขพันธุ์ไทยบางแก้ว ชื่อว่า ใจดี

สัญลักษณ์การแข่งขัน: คือเส้นสายแถบสีที่ร้อยเรียงกันเป็นรูป ไก่ชนพระนเรศวร
แถบสีเขียว คือกลุ่มจังหวัดในภาคเหนือ
แถบสีเหลือง คือกลุ่มจังหวัดในภาคกลาง
แถบสีส้ม คือกลุ่มจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
แถบสีฟ้า คือกลุ่มจังหวัดในภาคใต้
แถบสีม่วง คือสีประจำจังหวัดพิษณุโลก

ได้ปิดฉากการแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งที่ 37 “พิษณุโลกเกมส์” เมื่อ 24ธ.ค.2551 ที่สนามกีฬาจังหวัดพิษณุโลกไปได้ด้วยดี เริ่มโหมโรงด้วยวงลูกทุ่งเยาวชนชื่อดังของจังหวัดจากโรงเรียนจ่านกร้องจนถึงเวลาประมาณ 18.00น. ประธานในพิธีเดินทางมาถึง จากนั้นเป็นการแสดงชุดที่ 1 ชื่อชุด พิษณุโลกเกมส์พลังแห่งความสามัคคี ซึ่งสะท้อนถึงพลังแห่งความสมัครสมานสามัคคี ผ่านสรรพเสียงและความพร้อมเพรียง ขบวนพาเหรดของนักกีฬาทุกจังหวัดเคลื่อนเข้าสู่สนามร่วมพิธีปิดการแข่งขันและส่งมาอบธงการแข่งขันกีฬาแห่งชาติให้กับเจ้าภาพครั้งต่อไปคือจังหวัดตรัง โดยขบวนส่งมอบธงมาพร้อมกับการแสดงชุดที่ 2 ชื่อชุดมิตรไมตรีแห่งสองแคว ซึ่งแสดงถึงความงดงามและมนต์เสน่ห์แห่งวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ที่น่าภาคภูมิใจของชาวพิษณุโลกให้เป็นที่ประจักษ์ ต่อด้วยการแสดงของจังหวัดตรังและการแสดงชุดที่ 3 ภูมิพลังบารมีแผ่ไพศาล แสดงถึงสายธารแห่งพระราชหฤทัยที่ไม่สิ้นสุดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนารถ ดั่งสายน้ำแห่งสองแควที่หล่อเลี้ยงชาวจังหวัดพิษณุโลก

กีฬาแห่งชาติในครั้ง38:  กีฬาแห่งชาติครั้งต่อไปจัดขึ้นที่จังหวัดตรัง  “ตรังเกมส์” วันที่ 5-15 กันยายน 2552

ทีมา: พิษณุโลกเกมส์

ซูซูกิ คัพ 2008

กีฬาฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน”ซูซูกิ คัพ 2008″ ในปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-28 ธันวาคม 2551 เจ้าภาพคือไทยและอินโดนีเซีย เป็นเจ้าภาพร่วมกัน

ทีมไทยอยู่กลุ่ม บี นัดแรกวันที่ 6 ธันวาคม พบเวียดนาม นัดที่สองวันที่ 8 ธันวาคม พบลาว และนัดที่สามวันที่ 10 ธันวาคม พบมาเลเซีย ทุกนัดเตะเวลา 19.30 น. ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน บัตรเข้าชมราคา 100, 200, 300, 500 บาท เปิดจำหน่ายแล้วที่ร้านสตาร์ซอคเกอร์ และไทยทิคเก็ตเมเจอร์

สำหรับความคืบหน้าเตรียมการเป็นเจ้าภาพร่วมจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน “ซูซูกิอาเซียนคัพ 2008” ของประเทศไทย ที่เวลานี้กำลังเป็นที่วิตกกังวลจากหลายชาติจากสถานการณ์การเมืองที่วุ่นวาย จนอาจจะทำให้ต้องย้ายสถานที่แข่งขันไปเตะที่ประเทศอื่นนั้น

ล่าสุด นายวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้ออกมาเปิดเผยยืนยันถึงเรื่องดังกล่าวว่า ถึงอย่างไรประเทศไทยก็จะต้องเป็นเจ้าภาพจัดศึกฟุตบอล ซูซูกิ อาเซียนคัพ ต่อไป โดยล่าสุดทางสมาคมฟุตบอลฯได้ส่งหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรถึงสหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน “เอเอฟเอฟ” เรียบร้อยแล้ว โดยยืนยันว่าสถานการณ์ปัจจุบันที่กรุงเทพฯยังคงเป็นปกติ และมีความปลอด ภัยสูง แม้จะมีเรื่องราวประท้วงปิดสนามบินอยู่ก็ตาม

นอกจากนี้ “นายกยี” ยังเผยถึงแผนการที่เตรียมสำรองไว้ กรณีที่เหตุการณ์ปิดสนามบินยังไม่คลี่คลายไปจนถึงสัปดาห์หน้าว่า ได้วางแผนที่จะให้นักเตะทั้ง 3 ชาติ ที่อยู่ร่วมสายเดียวกับไทยเรา คือมาเลเซีย เวียดนาม และลาว เดินทางมาลงที่สนามบินนานาชาติที่สะดวก ไม่ว่าจะเป็นหาดใหญ่ ภูเก็ต อุบลราชธานี และเชียงใหม่ จากนั้นทางสมาคมฯจะเช่าเหมาลำเครื่องบินเอกชนบินไปรับและนำมาลงที่สนามบินอู่ตะเภา จ.ระยอง แล้วค่อยจัดรถโดยสารไปรับนักเตะเข้ากรุงเทพฯต่อไป

ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าทางสมาคมฟุตบอลมาเลเซียจะไม่ส่งนักเตะมาลุยแข้งที่เมืองไทย เพราะไม่มั่นใจเรื่องความปลอดภัย พร้อมกับจะเสนอจัดการแข่งขันแทนไทยด้วยนั้น นายกลูกหนังไทยกล่าวว่า ได้คุยกับทางนายกสมาคมฟุตบอลมาเลเซีย สุลต่าน ฮาจิ อาหมัด ซาร์ แล้ว เขายืนยันว่าจะส่งนักเตะเสือเหลืองมาลุยเกือกซูซูกิคัพที่กรุงเทพฯแน่นอน และไม่เคยมีความคิดที่จะเสียบเป็นเจ้าภาพแทนไทยด้วย

ขณะเดียวกัน จากการประท้วงปิดสนามบินสุวรรณภูมิของกลุ่มม็อบพันธมิตรฯ ก็ส่งผลกระทบถึงทีมสโมสรทีโอที ที่ต้องเลื่อนโปรแกรมเดินทางไปลุยแข้งฟุตบอล บีทีวีคัพ แบบไม่มีกำหนด โดยล่าสุดทางทีมฮัลโหลได้ ตัดสินใจยกเลิกคิวไปลุยแดนเหงียนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะไม่สามารถจะหาไฟลท์บินเดินทางไปได้

เช่นเดียวกับโปรแกรมเดินทางมาเยือนเมืองไทยของอดีตกัปตันกระดูกเหล็กของทีมชาติอังกฤษ ไบรอัน ร็อบสัน ที่จะมาร่วมกิจกรรมเปิดภัตตาคารและผับ ของทีม “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เมืองไทย ระหว่าง 28-29 พ.ย. ก็มีอันต้องยกอย่างกะทันหัน เพราะร็อบสันไม่สามารถหาเครื่องมาลงไทยได้

ที่มา: ไทยรัฐ

ความคืบหน้าในการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 25 “เวียงจันทน์เกมส์

ซึ่งจะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 9-18 ธ.ค. ปีหน้า 2009 ที่นครเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยเจ้าภาพได้กำหนดไว้ เรียบร้อยว่าจะมีการชิงชัย 25 ชนิดกีฬา 390 เหรียญทอง

เจริญ วรรธนะสิน มนตรีซีเกมส์ของไทย ที่เดินทางกลับจากการไปเข้าร่วมประชุมสหพันธ์กีฬาซีเกมส์ เมื่อระหว่างวันที่ 11-13 พ.ย.ที่ผ่านมา ที่นครเวียงจันทน์ เปิดเผยว่า แม้ว่าในเรื่องของชนิดกีฬา ซึ่งในส่วนของเทนนิสกับซอฟท์เทนนิส ที่ดูเหมือนจะเป็นคนละกีฬา แต่มารวมกันเป็นกีฬาเดียวกัน ยังหาข้อยุติไม่ได้ แต่โดยรวมแล้วหลังจากนี้ไป เมื่อเจ้าภาพได้กำหนดชนิดกีฬา และเหรียญรางวัลแล้ว ก่อนหน้าการแข่งขัน 12 เดือนตามระเบียบ ก็จะได้ส่งคู่มือการแข่งขัน หรือเทคนิคเคิ้ลแฮนด์บุค ไปยังชาติสมาชิกต่างๆรวมถึงไทยเรา เพื่อให้ทราบว่าจะมีการแข่งขันชนิดและประเภทกีฬาใดบ้าง อันจะได้มีการเตรียมนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันต่อไป

มนตรีซีเกมส์ไทยกล่าวต่อว่า จากกฎข้อใหม่ของสหพันธ์กีฬาซีเกมส์ ที่มีการจำกัดให้แต่ละชาติส่งนักกีฬาเข้าแข่งแต่ละชนิดกีฬาไม่ครบจำนวน เพื่อป้องกันการผูกขาด เช่น มวยสากลสมัครเล่นที่มีชิงรวม 16 เหรียญทอง แต่ละชาติส่งนักกีฬาชายได้ไม่เกิน 6 รุ่น หญิง 6 รุ่น หรือจะเป็นตะกร้อ ที่มีชิง 8 เหรียญทอง ก็ส่งนักกีฬาชายได้ 3 ประเภท และหญิง 3 ประเภท ตรงนี้ที่ประชุมมีการคิดกันว่าน่าจะส่งผลดีหลายอย่าง น่าจะทำให้สีสันของกีฬาซีเกมส์มีมากขึ้น การแย่งกันเป็นเจ้าเหรียญทอง จะมีรสชาติ สูสีกันมากกว่าเดิม

ข้อดีอีกอย่างของการมีข้อกำหนดนี้ขึ้นมา จะทำให้จำนวนของนักกีฬา เจ้าหน้าที่ลดลงด้วย อันจะเป็นการสะดวกต่อเจ้าภาพที่จะจัดการในเรื่องที่พักได้ง่ายขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ก็อาจจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่บางอีเวนท์ ของแต่ละชนิดกีฬา จะมีนักกีฬาเข้าร่วมน้อย จนอาจทำให้ เหรียญที่มีการกำหนดไว้แล้วที่ 390 เหรียญทองลดลงจากเดิมได้ศ.เจริญ กล่าว

ต่อข้อถามที่ว่า ลาวจะใช้เมืองใดบ้างในการจัดซีเกมส์ครั้งนี้ ศ.เจริญกล่าวว่า จากการประชุมครั้งที่ผ่านมา ทราบมาว่าทางลาวจะใช้นครหลวงเวียงจันทน์เพียงเมืองเดียว ในการจัดการแข่งขัน จะไม่มีสนามที่เมืองหลวงพระบาง และปากเซ ตามที่มีข่าวไปก่อนหน้านี้แต่อย่างใด ทั้งนี้ จากที่มีหลายฝ่ายกังวลว่าเจ้าภาพจะจัดการแข่งขันไม่ดี จากที่ได้ไปสัมผัสและเห็นมา ต้องบอกว่าทางลาวมีความตั้งใจเป็นอย่างมาก จึงมั่นใจว่าซีเกมส์ครั้งนี้จะออกมาดีและประทับใจทุกชาติแน่นอน

ส่วนเรื่องการจะขายลิขสิทธิ์โทรทัศน์ในซีเกมส์ ให้ชาติสมาชิกเป็นครั้งแรก ซึ่งที่ประชุมสหพันธ์ซีเกมส์ ให้ความเห็นชอบไปแล้ว เพียงแต่ต้องมีการตกลงกันในรายละเอียดกันต่อไปนั้น ในเรื่องนี้ผมไม่ได้มีข้อขัดข้องอะไร หากทุกอย่างมีความชัดเจนและตรวจสอบได้ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของอัตราค่าลิขสิทธิ์ ส่วนแบ่งที่เจ้าภาพจะได้รับ และส่วนแบ่งที่สหพันธ์ซีเกมส์จะได้รับ หากประเด็นเหล่านี้มีการชี้แจงออกมาได้ ก็ไม่มีปัญหาแต่ อย่างใดศ.เจริญกล่าวในตอนท้าย

ที่มา: ไทยรัฐ

ไทย-เวียดนาม ชิงแชมป์ทีแอนด์ที  วันที่ 16 พฤศจิกายน 2551 เวลา 19.00 น.

ความเคลื่อนไหวของขุนพลนักเตะทีมชาติไทยชุดใหญ่ ที่เดินทางเตรียมฟาดแข้งศึกฟุตบอลรายการ ทีแอนด์ที คัพ นัดชี้ชะตาแชมป์ พบกับ เวียดนาม ในช่วงหัวค่ำ วันที่ 16 พ.ย. 51 เวลา 19.00 น. ก่อนหน้านี้ทีมไทยเอาชนะเกาหลีเหนือมาได้ 1-0 ส่วนเวียดนามเสมอกับเกาหลีเหนือมา 0-0 แค่เสมอเวียดนามทีมไทยจะคว้าแชมป์พร้อมกับรับเงินรางวัล 4 หมื่นเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 1.3 ล้านบาทไปทันที ขณะที่เวียดนามต้องเอาชนะทีมไทยเกิน 1 ลูกขึ้นไปถึงจะได้แชมป์ โดยนัดชิงแชมป์นี้ช่องเอ็นบีทีถ่ายทอดสดให้แฟนบอลได้ชมกัน

ล่าสุดเมื่อวันเสาร์ที่ 15 พ.ย.ที่ผ่านมา ทีมไทยลงซ้อมแค่มื้อเดียวเท่านั้นในเวลา 11.00 น. โดยยกพลไปฝึกซ้อมที่สนามมีดิง สเตเดียม ซึ่งเป็นสนามที่ใช้แข่งขันจริง สตาฟฟ์โค้ชได้ให้นักเตะแบ่งออกเป็น 4 ทีมแล้วเล่นเกมสนามเล็กเพื่อยิงประตู รวมทั้งเน้นการทำความเข้าใจกับแท็กติกที่ใช้ลงเล่นกับเวียดนามด้วย

หลังฝึกซ้อม ปีเตอร์ รีด กุนซือใหญ่ทีมชาติไทยชาวอังกฤษกล่าวให้สัมภาษณ์ว่า แม้ว่าเกมนี้จะห่างจากเกมแรก 2 สัปดาห์ แต่ตนก็ไม่ได้เป็นกังวลกับเรื่องนี้ ทีมไทยตั้งใจที่จะมาเล่นเกมนี้อยู่แล้ว เนื่องจากเป็นเกมใหญ่และมีความสำคัญ และแม้ในนัดนี้เราเล่นแค่เสมอก็จะคว้าแชมป์ แต่ตนไม่คิดที่จะสั่งลูกทีมให้ลงสนามไปเล่นเพื่อผลเสมอ เพราะการเป็นนักกีฬาที่ดีเมื่อลงสนามไปแล้วควรจะเล่นอย่างเต็มที่ และต้องมองถึงแต่ชัยชนะเท่านั้น อีกทั้งการเล่นให้ผลออกมาเสมอเป็นสิ่งที่ทำได้ยากด้วย

สำหรับนักเตะ 11 คนแรกที่จะใช้ลงสนามนั้น ถึงตอนนี้ไม่มีใครได้รับหน้าที่ตายตัว ตนยังคงเปิดโอกาสให้กับนักเตะคนอื่นๆอยู่ ดังนั้น ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะได้เป็นตัวจริงหากฟอร์มดี ส่วนเวียดนามเป็นทีมที่แข็งแกร่ง เล่นในบ้านดี แถมยังมีกองเชียร์หนุนหลังอีก ดังนั้นไม่ใช่ทีมที่เราจะเอาชนะได้ง่ายๆอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ นักเตะ 11 ตัวจริงของทีมชาติไทย ทางสตาฟฟ์โค้ชไม่ได้มีการเปิดเผยออกมา แต่เมื่อดูจากการลงฝึกซ้อมที่ปีเตอร์ รีด จัดทีมแล้ว คาดว่าผู้เล่นตัวจริงของทีมไทยที่คาดว่าจะลงสนามนัดชิงแชมป์ศึกลูกหนังรายการ ทีแอนด์ที คัพพบกับเวียดนาม ในช่วงหัวค่ำวันนี้ (16 พ.ย.) เวลา 19.00 น. ที่สนามมีดิง สเตเดียม โดยใช้ระบบการเล่น 4-4-1-1 จะประกอบไปด้วย ผู้รักษาประตู กิตติศักดิ์ ระวังป่า กองหลังแบ็กซ้าย ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ คู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ นิเวส ศิริวงศ์ กับชลทิศ จันทคาม แบ็กขวา สุรีย์ สุขะ กองกลางด้านซ้าย กฤษฎี ประกอบของคู่มิดฟิลด์ สุรัตน์ สุขะ กับดัสกร ทองเหลา ด้านขวาพิชิตพงษ์ เฉยฉิว กองหน้าให้ ลีซอธีรเทพ วิโนทัย เป็นหน้าต่ำ และรณชัย รังสิโย เป็นศูนย์หน้าตัวเป้าคนเดียว

ด้านเฮนริเก คาริสโต เฮดโค้ชเวียดนามชาวโปรตุกีสให้สัมภาษณ์กับสื่อเวียดนามว่า ที่ผ่านมาเมื่อนักเตะเวียดนามเล่นกับทีมชาติไทยมักจะเล่นไม่ค่อยดี เพราะเกรงกลัวศักดิ์ศรีการเป็นทีมอันดับ 1 ของอาเซียน ซึ่งจริงๆแล้วฝีเท้าไม่ได้ห่างกันมากนักสามารถเล่นกันได้ ตนจึงได้ปลุกใจนักเตะให้มีความเป็นนักสู้ อย่าไปเกรงกลัวทีมไทย เพราะเมื่อลงสนามไปแล้วเชื่อว่าทีมของเราสู้กับทีมไทยได้อย่างสนุกสูสี และมีโอกาสชนะได้

ที่มา: ไทยรัฐ

กีฬาง่ายๆ เสียค่าใช้จ่ายน้อย แต่กลับได้คุณค่าเกินคุ้ม

          โดยปกติ คุณอ้อยสุกัญญา โลหะพรม (เจ้าหน้าที่การตลาดสายงานค้าหลักทรัพย์) เป็นคนชอบเล่นกีฬาซึ่งตอนเรียน เวลามีกีฬาก็เข้าร่วมกิจกรรมของโรงเรียน คือ วิ่งระยะสั้น วอลเลย์บอล บาสเกตบอล ฯลฯ

          นอกจากนี้จะชอบเล่นกีฬาเกือบทุกชนิด ก่อนนั้นมีโรคประจำตัวคือเป็น กระเพาะอาหารอักเสบ เพราะรับประทานอาหารไม่ค่อยตรงเวลา เพราะในแต่ละวันมันช่างมีงานเยอะแยะวุ่นวายไปหมด

          แรกเริ่มเดิมทีอ้อยได้ไปที่สนามกีฬาหัวหมาก พบคนวัยหนุ่มสาว มาออกกำลังกายมากมาย ตัวเองก็เลยคิดว่าน่าจะออกกำลังกายบ้าง โดยพยายามมองหาชนิดของกีฬา ที่เหมาะกับผู้หญิงออฟฟิตตัวเล็กๆ อย่างอ้อยอยู่นาน ในที่สุดหลังจากที่ได้ย่ำเท้าเข้าไปในสนามกีฬารัชมังคลากีฬาสถาน ก็เห็นผู้คนหลากหลายวัย วิ่งเยอะๆ อยู่ในลู่วิ่งกันหลายคน ตัวเองก็เลยอยากย่ำเท้าในลู่วิ่งตาตันบางจังเลบ และก็เลยมาวิ่งออกกำลังตั้งแต่นั้นมา โดยมีพี่ไก่ (คุณคมกฤช)เป็นผู้แนะนำและสอนทักษะต่างๆในการวิ่งให้

          ซึ่งในระยะแรกตัวเองซึ่ง เป็นผู้หญิงที่มีรูปร่างบาง ก็ไม่ได้คิดที่จะวิ่งขนาด 5 กิโล หรือ 10 กิโล เพียงชอบที่เห็นคนมาออกกำลังกายกัน เจอคนเยอะทักทายกัน ทุกคนช่างเป็นคนที่มีอัธยาศัยดี เอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน เหมือนพี่เหมือนน้อง แม้จะต่างอาชีพ ต่างฐานะ แต่พอมาวิ่งเจอกันก็ทักทายกัน มีความเป็นกันเอง เลยชอบอยากจะวิ่งทุกวัน

          พอฝึกซ้อมไปนานๆ ก็พอดีมีพี่คนหนึ่งในสนาม แนะนำว่าให้ไปวิ่งงาน กรุงเทพมาราธอน ทีแรกคิดว่าตัวเองคงไม่ไหวหรอก แต่ก็ลองวิ่งในสนามรัชมังคลาฯ ดูประมาณ 25 รอบ ก็วิ่งได้ ไม่รู้สึกเหนื่อยมากมายอะไร? ก็เลยไปสมัครวิ่งมินิมาราธอน 10 กม. ครังแรก ในงานกรุงเทพมาราธอน 2002 (ปี 2545) พอตกกลางคืนวันเสาร์ นอนก็นอนไมหลับตื่นเต้น กลัวไปหมด

          เช้าวันแข่งขัน อาทิตยืที่ 24 พฤศจิกายน 2545 ก็ไปวิ่ง พอออกสตาร์ทไปประมาณ กิโลแรกก็ปวดปัสสาวะ พอเข้าหลักกิโลที่ 8 ก็เริ่มมีอาการหน้ามืดคล้ายจะเป็นลม ก็เลยต้องหยุดวิ่ง เปลี่ยนมาเป็น เดินๆวิ่งๆแทน ซึ่งในที่สุดก็ถึงเส้นชัยจนได้ ด้วยเวลา 1 ชั่วโมง 57 วินาที ซึ่งตัวเองจำได้ไม่มีลืม เพราะเป็นครั้งแรกในชีวิตที่วิ่งถึง 10 กิโลเมตร

          หลังจากนั้นก็หยุดวิ่งไประยะหนึ่ง หันไปว่ายน้ำบ้าง แต่ภายหลังก็กลับมาวิ่งอีก โดบเริ่มซ้อมใหม่ เพราะคิดว่าถ้าไม่ได้ซ้อมไปวิ่ง 10 กิโลก็กลัวจะมีอาการเดิมคือหน้ามืด ตื่นเต้นจะเป็นลมอีก หลังจากการวิ่งที่งานกรุงเทพมาราธอนครั้งนั้น ไม่นานก็เริ่มออกสนามวิ่งบ่อยๆ ตามงานวิ่งต่างๆ เท่าที่ผ่านมาวิ่งมาแล้วประมาณ 40 สนาม

          อ้อยเคยได้ถ้วยอันดับ 2 จางงานวิ่งที่ เขื่อนคลองท่าด่าน จ.นครนายก และอันดับ 5 จากงานตามรอยกู้ชาติพระเจ้าตากสินมหาราช จังหวัดอยุธยา แต่นั้นไม่ใช่สิ่งที่ตัวเองใฝ่ฝัน…แต่สิ่งที่รู้สึกประทับใจมากคือบรรยากาศในสามวิ่ง เช่นสนามวิ่งที่ จอมบึง ริเวอร์แคว และอีกหลายแห่ง เพราะอากาศดีบรรยากาศในงานวิ่งคึกคัก เจอนักวิ่งงทีมชาติรวมไปถึงนักวิ่งหน้าใหม่ นักวิ่งหลากหลายเพศ หลากหลายวัยมากมาย รวมไปถึงได้วิ่งกับนักวิ่งระดับทีมชาติหลายๆคน ซึ่งทุกคนมีอัธยาศัยดีมาก ไม่ถือตัวเลย ซึ่งเป็นเสน่ห์ส่วนหนึ่งของงานวิ่งแต่ละสนามซึ่งแตกต่างกัน

          ผลดีของการออกกำลังกายด้วยการวิ่ง ปัจจุบันนี้ อาการของโรคกระเพาะอาหารก็ดีขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งมีเพื่อนมากมาย รู้จักกันหลายชมรมฯ ตัวเองคิดว่าการออกกำลังกายโดยการวิ่ง เป็นกีฬาที่เสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด มีเพื่อนหลากหลายอาชีพ ต่างวัยกับกีฬาชนิดอื่นๆ ที่ต้องคอยเอาชนะผู้อื่นโดยตรง

          แต่การวิ่งเพื่อสุขภาพเป็นการเอาชนะใจตัวเอง มากกว่า ถึงแม้จะแข่งเวลากับนักวิ่งคนอื่นๆ ในสนามเดียวกันก็ตาม

ที่มา: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

เรื่องราวเกี่ยวกับกีฬาทรงโปรดของ พระพี่นางฯ

 

 

           กีฬาที่ได้ทรงอย่างสม่ำเสมอ ได้แก่ การทรงม้า แบดมินตันและกอล์ฟ และทรงฝึกบินขั้นสูงจำนวน 195 เที่ยว โดยทรงบินขึ้นลงในวันหนึ่งไม่ต่ำกว่า 12 เที่ยว

          เว็บไซต์เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ www.hrh84yrs.org ได้รวบรวมเรื่องราวที่สมเด็จพระพี่นางฯทรงให้ความสนใจ พร้อมทั้งภาพเก่ามานำเสนอ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ  84 พรรษา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่ง “มติชนออนไลน์” เห็นว่าเป็นประโยชน์และควรบันทึกไว้เกี่ยวกับด้านกีฬาดังนี้
 
ความสนพระทัยด้านกีฬา
          สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนรานิวาสราชนครินทร์ ทรงสนพระหฤทัย และทรงเล่นกีฬาหลายประเภทมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ หากแต่ทรงเล่นแข่งสนุกสนานธรรมดาดั่งเด็กๆ ทั่วไป แต่ทรงมีระเบียบวินัย ซึ่งเป็นแบบอย่างที่สมควรนำไปปลูกฝังแก่เด็กและเยาวชน ในสมัยทรงพระเยาว์ที่เมืองโลซานน์ ที่ทะเลสาบเลมอง (Lac Leman) มีอากาศหนาวเย็นทุกช่วงปลายปี ได้ทรงเล่นสเก็ตและสกี  การกรรเชียงสำรอง การตกปลา การขี่จักรยาน การเดินบนภูเขา
          พอพระชนมายุราว 13 พรรษา ขณะเสด็จไปประเทศนอร์เวย์ และประเทศเยอรมัน และแวะที่เมืองแฟรงเฟิร์ต (Frankfurt) ได้เล่าถึงเรือเหาะเซปเปลิน (Zeppelin) ชื่อ ฮินเดนเบอร์ก (Hindenburg) ที่จะพานักท่องเที่ยวบินไปเหนือเมืองเบอร์ลิน ซึ่งขณะนั้น กำลังจะมีการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกอยู่ แสดงถึงความสนพระหฤทัยเรื่องกีฬาโอลิมปิก การเดินอากาศ - การบิน ต่อมาภายหลังเมื่อทรงเจริญพระชนม์ขึ้นก็ทรงฝึกบินด้วย
          กีฬาหลายอย่างที่ได้ทรงอย่างสม่ำเสมอ ได้แก่ การทรงม้า แบดมินตันและกอล์ฟ ที่วังสระปทุมมีคอร์ทแบดมินตันอยู่ ปรากฎหลักฐานในหนังสืออนุสรณ์สมาชิกสโมสรการบิน ว่าทรงพระเมตตาชวนครูฝึกบินและสมาชิกสโมสรการบินให้ไปเล่นแบดมินตัน และกอล์ฟเล็กที่ “บ้าน”(วังสระปทุม) ซึ่งเป็น “กอล์ฟเล็ก” 9 หลุม และได้เคยทรงเล่นกับสมเด็จพระบรมราชชนนีเสมอ
          การขับเครื่องบิน ทรงสมัครเข้าเป็นสมาชิกการบินพลเรือน ประเภทฝึกบิน รุ่นที่ 9 พ.ศ. 2500 ทรงสำเร็จตามหลักสูตรของสโมสรการบินพลเรือน กองทัพอากาศ ทรงเริ่มการฝึกบินเมื่อ 5 สิงหาคม พ.ศ.2500 เวลา 14.00 น. ทรงบินเดี่ยวเมื่อ 11 กันยายน พ.ศ. 2500 เวลา 14.15 น. ใช้เวลาในการบิน 37 นาที รวมเวลาก่อนทรงทำการบินเดี่ยว 20 ชั่วโมง 49 นาที ทรงฝึกบินขั้นสูงจำนวน 195 เที่ยว โดยทรงบินขึ้นลงในวันหนึ่งไม่ต่ำกว่า 12 เที่ยว ซึ่งตามปกติผู้ฝึกบินจะได้ประมาณ 4 เที่ยว
          เปตอง ทรงสนพระหฤทัยและทรงเล่นเปตองร่วมกับสมเด็จพระบรมราชชนนีอยู่เสมอ เมื่อสมเด็จพระบรมราชชนนี ทรงนำกีฬานี้เข้ามาในประเทศไทยจนเป็นที่เผยแพร่กว้างขวาง ได้ทรงสนับสนุนพระราชทานเงินอุดหนุนสมาคมกีฬาเปตองถึงปีละ 1 ล้านบาทเสมอมา ช่วยให้ได้ไปแข่งขันในต่างประเทศ จนชนะเลิศในการแข่งขันกีฬาเปตองครั้งล่าสุด มีผู้เข้าร่วมแข่งขัน 26 ประเทศ ผลการแข่งขันประเทศไทยได้เป็นอันดับที่ 7 นับเป็นพระกรุณาธิคุณยิ่งต่อวงการกีฬาเปตอง

ข้อมูลและภาพประกอบจาก
                  matichon online

‘กีฬา’ คือ ยาอายุวัฒนะของผู้สูงอายุ

 กีฬาผู้สูงอายุ

             ปัจจุบันจำนวนผู้สูงอายุทั่วโลกมีมากขึ้น และสิ่งหนึ่งที่มักจะตามมากับวัยที่สูงขึ้นก็คือ ปัญหาด้านสุขภาพ เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขข้อและกระดูกเสื่อมสภาพ โรคสมองเสื่อม รวมทั้งปัญหาทางด้านจิตใจที่เกิดจากภาวะซึมเศร้า Let’s Exercise วันนี้จึงขอเอาใจคนแก่ที่ใจยังวัยรุ่นด้วยการออกกำลังกาย 3 ประเภท

          รายงานล่าสุดจากองค์การสหประชาชาติระบุว่า อีก 150 ปี จะมีผู้สูงอายุเป็น 1 ใน 3 ของพลเมืองโลก สำหรับประเทศไทยผู้สูงอายุวัย 60 ปีขึ้นไปจะเพิ่มจากร้อยละ 7 เป็นร้อยละ 14 ภายใน 30 ปี และผลสำรวจจากสำนักส่งเสริมและพิทักษ์ผู้สูงอายุปี 2547-2550 พบว่าอัตราผู้สูงอายุในไทยเพิ่มเฉลี่ยเกือบ 200,000 คนต่อปี ด้วยเหตุนี้หลายฝ่ายจึงให้ความสนใจเกี่ยวกับสุขภาพของบรรดาผู้สูงอายุมากยิ่งขึ้น

          ดังนั้น ในงานมหกรรมกีฬามหามงคล เทิดไท้กษัตริย์นักกีฬา ซึ่งจัดโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงศึกษาธิการ กรุงเทพมหานคร และการกีฬาแห่งประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์ให้ชาวไทยทุกเพศทุกวัยได้ร่วมเทิดพระเกียรติและถวายความจงรักภักดีแด่ในหลวงด้วยการออกกำลังกาย ซึ่งปีนี้จัดงานภายใต้คอนเซ็ปต์ “รวมพลังกีฬา 7 วัน สีสันมงคล” นำกีฬาและสันทนาการหลากประเภทไว้ใน 7 โซนหลัก และโซนหนึ่งที่ได้รับความนิยมจากผู้เข้าร่วมงานคือ โซนสำหรับผู้สูงวัยแต่ใจวัยรุ่น ที่รวมกิจกรรมและกีฬาหลากชนิดเพื่อสุขภาพที่ดีของคนสูงวัย อาทิ รำไท้เก๊ก คีตมวยไทย และลีลาศ

          การเต้นลีลาศ ถือเป็นกีฬาและสันทนาการที่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ เพราะนอกจากจะช่วยให้สามารถออกกำลังกายได้ทุกส่วนแล้ว จังหวะการเคลื่อนไหวต่างๆก็ช่วยในเรื่องของความจำ สมาธิ และการทรงตัว ที่สำคัญที่สุดคือเพลงที่ใช้เต้นก็เป็นเหมือนดนตรีบำบัดหรือ Music Therapy ที่บางคนอาจเรียกว่า “สังคีตบำบัด” ซึ่งเป็นการใช้เสียงดนตรีที่เป็นภาษาสากลมาช่วยบำบัดหรือฟื้นฟูสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจในเวลาเดียวกัน ช่วยให้ห่างไกลจากภาวะซึมเศร้าซึ่งเป็นโรคที่มักพบบ่อยในผู้สูงอายุ เนื่องจากผู้สูงอายุส่วนใหญ่มักจะรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า ไร้ลูกหลานหรือคนสนใจ และการที่ผู้สูงอายุได้มาร่วมกิจกรรมแบบนี้นอกจากจะได้ออกกำลังกายแล้ว ยังมีโอกาสได้พบปะเพื่อนฝูงที่อยู่ในวัยเดียวกันอีกด้วย

          ไท้เก๊ก เป็นการออกกำลังกายที่ไม่เน้นความรวดเร็ว แต่เน้นเรื่องการหายใจเข้าออกที่สอดประสานกับการถ่ายเทน้ำหนักของร่างกาย ซึ่งจะช่วยในเรื่องของการเผาผลาญพลังงานและระบบการหมุนเวียนของโลหิต ความดัน ที่สำคัญคือช่วยในเรื่องของสมาธิ ทำให้จิตใจแจ่มใสและสงบนิ่ง ซึ่งจริงๆแล้วไท้เก๊กเป็นกีฬาที่เหมาะสำหรับคนทุกเพศทุกวัย ถ้าเป็นในกลุ่มเด็กก็จะช่วยฝึกในเรื่องของสมาธิเป็นหลัก

          คีตมวยไทย เป็นการออกกำลังกายที่ช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถออกกำลังกายได้ทุกส่วน และไม่หนักเกินไปสำหรับผู้สูงอายุ ทำให้เกิดการทรงตัวและสามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้ดี ในการออกกำลังกายก็เลือกเพลงไทยพื้นบ้าน อย่างเช่นเพลงเซิ้งของทางอีสานที่มีจังหวะสนุกสนาน ทำให้ไม่น่าเบื่อ บางครั้งการทำคีตมวยไทยจะนำอุปกรณ์ต่างๆเข้ามาเสริม เช่น ยางยืด ที่ช่วยในเรื่องของการบริหารกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ทำให้ลดอาการปวดเมื่อยซึ่งมักจะพบบ่อยๆในผู้สูงอายุ

          แม้การออกกำลังกายทั้ง 3 ประเภทจะแตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือช่วยในเรื่องของการออกกำลังกาย เรียกสุขภาพที่แข็งแรงกลับคืนมา ช่วยปลดปล่อยความเครียด และลดภาวะซึมเศร้าในผู้สูงวัย รวมถึงเป็นการเปิดโอกาสในการพบปะเพื่อนฝูงในกลุ่มวัยและอายุที่ใกล้เคียงกัน เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แนวคิด และทัศนคติซึ่งกันและกัน Let’s Exercise จึงขอชวนผู้สูงวัยทั้งหลายลองมาออกกำลังกายกันค่ะ หากไม่รู้ว่าจะไปฝึกที่ไหนขอเชิญที่สวนลุมพินีได้ค่ะ สุขภาพภาพดีหาได้ใกล้ตัว แม้จะมีอายุเท่าไหร่ก็ไม่สายจนเกินไปอย่างแน่นอน

 ที่มา:  หนังสือพิมพ์โลกวันนี้

เหรียญทองแรกในเอเชี่ยนบีชเกมส์

การแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนบีชเกมส์ ครั้งที่ 1 ที่เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2551 สิทธินักกีฬาไทยได้สัมผัสเหรียญรางวัลแล้ว เริ่มที่ทีมเรือมังกรหญิงไทย (22 ฝีพาย) หลังประเภท 1,000 ม. ได้อันดับ 4 รวมทั้งต้องยืมไม้พายจากทีมพม่า ที่เบากว่าและถูกต้องตามหลักเกณฑ์ โดยทีมงานทีมเรือมังกรหญิงไทย ระบุว่า ได้มีการทำเรื่องเสนอของบประมาณจากการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) แล้ว ไม้พายอย่างดีตกอันละ 7,000-10,000 บาท แต่กกท.ปฏิเสธ ต้องไปซื้อไม้พายตกอันละ 600 บาท มาใช้ตามมีตามเกิด

เรือพายซิวทองแดง

ล่าสุดทีมเรือมังกรหญิงไทย ลงแข่งประเภท 500 ม. ผล รอบชิงฯ ครั้งแรกเข้ามาเป็นอันดับ 3 เวลา 2.32.60 น. และครั้งที่ 2 เข้ามาเป็นอันดับ 3 เวลา 2.33.26 น. รวม 4.65.86 น. คว้าเหรียญทองแดงไปครอง เป็นเหรียญรางวัลแรกของทัพนักกีฬาไทยในเอเชี่ยนบีชเกมส์ เหรียญทอง อินโดนีเซีย เหรียญเงิน จีน

หลังการแข่งขัน นาวาเอกเอกราช พรหมลัมภัก ผู้ฝึกสอนทีมไทย เผยว่า ตอนนี้เท่าที่ทราบทางการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้อนุมัติเงินจัดซื้อไม้พายให้แล้วจากประเทศสิงคโปร์ ประมาณ 20 ใบ สลับกันใช้ระหว่างทีมชาย และหญิง คาดว่าจะมาถึงในการแข่งขันวันสุดท้าย

กกท.ปัดอย่าโยนบาป

เกี่ยวกับปัญหาเรื่องไม้พาย นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการกกท. เปิดเผยว่า จากการอนุมัติครั้งล่าสุด งบฯในส่วนของไม้พายอาจจะถูกตัดไป นั่นอาจจะเป็นเพราะงบประมาณที่สูง ไม่สอดรับกับงบฯ ที่ต้องแบ่งจ่ายให้กับแต่ละสมาคม แต่สมาคมเรือพายฯ ก็น่าจะต้องดิ้นรนต่อ เรื่องนี้จะมากล่าวหาว่ากกท.เป็นจำเลยสังคมไม่ได้ ซึ่งจากปัญหาดังกล่าว ตนก็ได้อนุมัติงบฯ 2 แสนบาท เป็นการเร่งด่วนไปแล้ว

กาบัดดี้ตุนทองแดง

กาบัดดี้ชายหาด รอบแรกพบกันหมด ทีมชายไทย ลงสนามเป็นนัดที่ 3 แพ้บังกลาเทศ 28-65 และนัดที่ 4 ชนะอินโดนีเซีย 60-51 มีสถิติชนะ 2 แพ้ 2 ด้านทีมหญิง ลงสนามนัดที่ 3 ชนะ เกาหลีใต้ 73-42 นายชรินทร์ สมรพิทักษ์กุล เลขาธิการสมาคมกาบัดดี้ฯ กล่าวว่า ทีมชายหลังจากที่เอาชนะอินโดนีเซียได้ก็ การันตีเหรียญทองแดงแล้ว ส่วนทีมหญิง ตอนนี้ถือว่ามีเหรียญทองแดงอยู่ในมือแล้ว และหากชนะอินโดนีเซียได้จะผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศกับอินเดียทันที

ที่มา: หนังสือพิมพ์ข่าวสด

เอเชี่ยนบีชเกมส์ มหกรรมกีฬาริมชายหาด

กีฬาน้องใหม่ของทวีปเอเชียต่อคิวให้กองเชียร์ได้ติดตามกันอีกแล้วนั่นคือ “เอเชี่ยนบีชเกมส์” ครั้งที่ 1 หรือการแข่งขันกีฬาชายหาดแห่งทวีปเอเชีย ที่จะแข่งระหว่างวันที่ 18-26 ตุลาคม 2551 นี้

สภาโอลิมปิคแห่งเอเชีย หรือ “โอซีเอ” คลอดกีฬาเอเชี่ยนบีชเกมส์มาเพื่อสร้างความหลากหลายในวงการกีฬาของเอเชีย และนำกีฬาที่ไม่มีการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์มาบรรจุแข่งขันในเอเชี่ยนบีชเกมส์ และเจ้าภาพคือ เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย บรรจุการแข่งขัน 19 ชนิดกีฬา ชิงชัย 71 เหรียญทอง มี 45 ประเทศร่วมแข่งขัน ภายใต้สโลแกน “ไมตรีจิต คำมั่นสัญญา ความศรัทธาอย่างแรงกล้า สปิริตในเกมกีฬา” เจ้าภาพจัดการแข่งขันที่ 4 ชายหาดชื่อดังของเกาะบาหลี คือ หาดกูต้า แข่งเพาะกายชายหาด กระดานโต้คลื่น เรือยาว 22 ฝีพาย หาดนูซา ดัว แข่งโปโลน้ำ กาบัดดี้ชายหาด มวยปล้ำชายหาด ปันจักสีลัตชายหาด เจ็ตสกี พาราไกลดิ้ง วู้ดบอล ว่ายน้ำมาราธอนและบาสเกตบอลชายหาด ซึ่งเป็นกีฬาสาธิต หาดซานูร์ แข่งวอลเลย์บอลชายหาด เซปักตะกร้อชายหาด ฟุตบอลชายหาด แฮนด์บอลชายหาด ไตรกีฬา หาดเซรังกัน แข่งเรือใบและวินด์เซิร์ฟ ประเทศไทยส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขัน 16 ชนิดกีฬา ยกเว้น 3 กีฬาอย่าง โปโลน้ำและว่ายน้ำมาราธอน เพราะกีฬาเหล่านี้ไม่มีการเล่นแพร่หลายในไทยเท่าไรนัก รวมนักกีฬาทั้งหมด 201 คน ซึ่งเป็นจำนวนที่มากเป็นอันดับสอง เป็นรองเพียงเจ้าภาพเท่านั้น

ที่มา Matichon

Hello world!

Welcome to WordPress. This is your first post. Edit or delete it, then start blogging!